พ่อค้าขายถุงยาง 

                              13 

 

   ‘’ไม่จริงใช่ไหม...นายโกหกงั้นหรอ!!! ‘’

   ผมถามด้วยเสียงเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ความรู้สึกที่เคยมั่นคงมาตลอดกำลังจะสั่นคลอนเพราะไอ้ผู้ชายคนนี้ที่อยู่ๆก็ปรากฎตัวขึ้นมาแล้วมาพูดเอาง่ายๆว่าเป็นแฟนกับน้องอึ๋มอี้เอิน

   ‘’ไม่...เปล่าเลยฉันพูดความจริงหรือ นายต้องให้คนของฉันยืนยันละ’’

   ฮันบินว่าด้วยน้ำเสียงร้ายกาจ  แล้วสอดมือเข้าไปโอบเอวคอดคนข้างๆอย่างแสดงความเป็นเจ้าของ อี้เอินที่มีสีหน้าหนักใจ ก็ยกมือขึ้นมาดันอกแกร่งของคนรักออกเบาๆ

   ‘’ฮัน...พอเถอะ...’’

  ‘’ได้ยินไหมว่าคนของฉัน...เราคบกันมาหลายปีแล้วและเราก็รักกันมาก’’

   แฟนหนุ่มไม่ยอมฟัง แถมยังกระชับคนในอ้อมกอดเข้ามาแนบชิดกับตัวเองมากยิ่งขึ้น มาร์คก็ได้แต่ถอนหายใจกับความเอาแต่ใจและเลือดร้อนของคนรัก มองๆแค่นี้ก็พอจะรู้ได้แล้วว่าสองคนนี้มีความสัมพันธ์ระหว่างกันอย่างไร หากแต่แจ็คสันยังเลือกที่จะเข้าข้างความคิดตัวเองอยู่ดี

 

  ‘’ฉันไม่เชื่อในสิ่งที่นายพูดหรอกหุบปากเน่าๆของนายไปซะ ฉันจะเชื่อและฟังคำพูดที่ออกมาจากคนของฉัน คนเดียวเท่านั่น  ส่วนนายไม่มีสิทธิ์ที่จะเอ่ยปาก !!’’

  ‘’ไอ้โง่เอ้ย....นายโดนแฟนฉันหลอกแล้วละ’’

  ฮันบินเย้ยหยันศัตรูหัวใจที่ยืนอยู่ตรงหน้าอย่างสะใจ พร้อมสอดมือเข้าไปใต้เสื้อและไล้ไปตามผิวเนียนอย่างเพลิดเพลินฝ่ายคนถูกกระทำก็ยืนนิ่งๆ สมยอมให้คนข้างๆได้สัมผัสอย่างเต็มที่ ส่วนแจ็คสันที่ได้เห็นภาพนั่น สติก็แทบจะขาดพรึง

   ‘’ต้วนอี้เอินยืนนิ่งให้มันลวนลามทำไม!!!.....จะไม่คิดพูดอะไรบ้างเลยหรอ!!’’ 

   ‘’ไง....นายอยากให้ฉันทำมากกว่านี้ไหม’’

    ฮันบินเค้นถามคนรักเสียงต่ำเป็นเชิงข่มขู่ว่าจะยอมกลับไปด้วยกันดีหรือเปล่าๆ แล้วโน้มริมฝีปากไปจูบที่กกหูบางเบาๆ ก่อนจะตวัดสายตามองแจ็คสันด้วยสายตาที่กำลังบ่งบอกว่าตนคือผู้เหนือกว่า พอได้เห็นภาพแจ็คสันกำลังตัวสั่นเทิ้มด้วยความโมโหสุดขีด ฮันบินก็ยิ่งสนุกมากขึ้นไปอีก

 

  ‘’พอได้แล้ว...!! ฉันจะกลับไปกับนาย แค่นี้พอใจรึยัง...!!’’

   มาร์คต้วนร้องห้ามคนรักที่กำลังไล้มือซุกซนไปทั่วขอบกางเกง  และล้วงบีบเคล้นไม่ยอมหยุดเพราะคิดจะยั่วโมโหคนที่กำลังเมาได้ที่อย่างแจ็คสันหวัง ที่หนักจริงๆคือมีท่าทางว่าจะดึงเข้าไปจูบได้ตลอดเวลาเมื่อได้โอกาส แต่พอร้องห้ามฮันบินก็ยกไหล่อย่างไม่ยี่หระ และยอมหยุดให้ตามคำขอ เมื่อคนร่างบางยอมตกลง 

 

 ‘’นายไม่เคยชอบพี่เลยหรอ’’  พี่แจ็คสันถามผมขึ้นด้วยรอยยิ้มบางๆแทนที่จะโมโห กระฟัดกระเฟียดอย่างที่คาดคิดเอาไว้ แต่ไม่ใช่เลยพี่เขาใจเย็นมาก...เย็นมากจนผมรู้สึกกลัว....

  ‘’ไม่....

   ผมกัดปากตัวเองแน่นหลังจากตอบคำถามนั่นไป มันเป็นคำตอบสั้นๆง่ายๆที่เชือดเฉือนคนฟังเอาการอยู่  ผมเองก็รู้สึกไม่ดีเหมือนกันที่ต้องทำตัวแรงๆ ทำเหมือนไม่แคร์พี่เขา....ทั้งๆที่ในใจก็กระวนกระวายแทบบ้า 

 

   แล้วทำไมพี่ยังยิ้มให้ผมได้อยู่อีกละ...?

   มาร์คไม่เข้าใจเลยในรอยยิ้มนั่นเลย.... 

 

   ‘’สักวินาทีหนึ่งก็ไม่เคยชอบพี่เลยใช่ไหม...’’

    ‘’ใช่....’’

    แค่แวบเดียวผมเห็นน้ำตาที่คลออยู่ดวงตาของพี่เขาด้วยสีหน้าโศกเศร้าใจ ก็แค่แวบเดียวเท่านั่น พี่เขาก็กลับเป็นเฉยชาเช่นเดิม หรือผมแค่คิดมากจนตาฝาดไปเอง

   ‘’ถ้านายไม่เคยรู้สึกแบบที่ พี่เคยรู้สึกกับนายเลยจริงๆ  ก็น่าจะบอกกันให้รู้ตั้งแต่แรกสิ  พี่จะได้รับรู้เอาไว้ จะได้ไม่ต้องมานั่งคิดไปเองคนเดียวแบบนี้... ’’

   เอ่ยสารภาพความรู้สึกที่อัดอั้นมาโดยตลอด ด้วยสีหน้าเรียบๆที่มันซ่อนความเสียใจเอาไว้ตั้งมากมายสายตาที่เหมือนผิดหวังในตัวผมอย่างรุนแรงมองมาอย่างปิดไม่มิด 

   ‘’พี่แจ็คสัน...’’ 

  ‘’นายก็แค่หลอกลวง.....นายมันแย่’’

   ผมถึงกลับหน้าชาวาบพูดต่อไม่ได้ เมื่อเจอคำพูดตัดพ้อของพี่เขา แต่ก็พูดอะไรไม่ได้อยู่ดี เพราะส่วนที่พี่แจ็คสันพูดมันก็เป็นความจริงแต่มันก็ไม่ใช่ทั้งหมด....

    ‘’…’’ 

  ‘’รู้อะไรไหม....สิ่งที่วิเศษที่สุดในชีวิตพี่คืออะไร.... ก็คือนายยังไงแหละ’’

    ‘’…’’ 

   ‘’แล้วสิ่งที่แย่ที่สุดในชีวิตของพี่ก็คือนายเหมือนกัน...’’

     ผมเม้มริมฝีปากแน่นกับประโยคที่แสนทิ่มแทงจนคนฟังอย่างผมแทบจะล้มทั้งยืน  นี้ผมกลายเป็นคนเลวอย่างสมบูรณ์แบบแล้วใช่ไหม...พี่แจ็คสันคงเกลียดผมแล้วสินะ

   ‘’…’’ 

   ‘’ขอให้พวกนายสองคนรักกันให้มากๆ แล้วก็อย่าทะเลาะกันอีกเลย นาย..คิมฮันบินอยู่กับมาร์คก็ดูแลเขาให้ดีๆ อย่าทำให้คนรักของนายต้องป่วย อย่านอกใจเขา รักเขาให้มากๆ แล้วอย่าทำให้เขาต้องเสียน้ำตาละ...’’

    พ่อค้าถุงยางฝืนยกยิ้มให้ทั้งสองฝ่าย แล้วเดินถอยหลังออกมาสองก้าว พอกันทีไม่อยากรู้อะไรแค่เงยหน้าขึ้นมองใบหน้าสวยที่คุ้นเคยในตอนนี้ยังทำไม่ได้เลย  หรือจะให้เรียกว่าเคยคุ้นเคยดีแหละ  หลายอาทิตย์ที่ผ่านมามันก็แค่การหลอกลวงที่ผมหลงเชื่อซะสนิทใจ หลงเชื่อว่าเขารู้สึกดีกับผม...หลงเชื่อว่าท่าทีที่เขาแสดงออกมาล้วนออกมาจากใจ...แต่มันไม่ใช่ สุดท้ายมันก็แค่เป็นเรื่องจริง 

 

 เรื่องจริงที่ผมจินตนาการขึ้นมาเองทั้งนั้น 

                                                     

   ‘’กลับไปเถอะ...กลับไปอยู่ด้วยกันแล้วอย่ากลับคืนมาหาพี่อีกเลยนะ’’

   คำลำราสุดท้ายที่ไม่ยอมเปิดโอกาสให้ใครได้กล่าวต่อขึ้นอีก  เมื่อแจ็คสันพูดตัดบท เจ้าตัวก็เดินกลับไปนั่งอยู่บนโซฟาท่าเดิม ก็ไม่อยากรู้หรอกว่าสองคนนั่นยังอยู่หรือไปแล้ว ผมไม่อยากรู้  แต่สองมือก็ยกขึ้นมาทาบที่หน้าอกข้างซ้ายของตัวเองที่ตอนนี้มันกำลังบีบรัดอย่างรุนแรง...ความรู้สึกโถมเข้ามามีแต่คำว่าผิดหวังและเสียใจพร้อมๆกับคำถามเดิมๆที่ถามใจตัวเองอยู่ซ้ำซากๆว่าทำไม...ทำไม...ทำไมถึงเป็นแบบนี้ละ?

   ‘’เป็นเหี้ยไรครับพี่...’’

   ไอ้คิมยูคยอมถามผมอย่างสงสัย  มันในตอนนี้ยังมีสติครบอยู่ทุกอย่างไม่ได้เมาเหี้ยอะไรเลยแต่เมียมันเมาหนักจนดับอนาถ คาตักมันนั่นแหละ มันนั่งจ้องผมตั้งแต่ลำดับเหตุการณ์แรกๆเลยมั่ง จนผมมานั่งเศร้าอยู่ตรงเนี้ย หน้าตามันพร้อมขี้เสือกมาก แต่มันก็รู้ใจผมด้วยนะ ว่าผมอยากระบายอารมณ์แม่งพอดีละ แบบนี้สิที่เขาเรียกว่าเสือกได้ถูกที่ถูกเวลา 

  ‘’กูเจ็บวะ..ยูคเจ็บตรงนี้...ที่หน้าอกข้างซ้าย’’

   ‘’หัวใจหรอ’’

  ‘’เปล่าหัวนม...’’

  ‘’โว้ะ...กวนตีนวะพี่ โดนเมียทิ้งแล้วยังไม่เจียมอีก’’

   อ่าวไอ้เวรนี่ เดี๋ยวนี้แม่งหัดซ้ำเติมพี่มันแล้วเรอะ.... 

    ปวดร้าวไปทั้งหัวใจและหัวนม  ไม่เคยโดนอะไรที่มันเจ็บแบบนี้มาก่อน แบกรับไม่ทันเลยจริงๆเจอเรื่อง ดราม่าเข้าไปถึงกับสร่างเมา ตื่นเต็มตามากๆเลยกู  และตอนนี้กูก็อยากเมาต่อ  ว่าแล้วก็ยกขวดเหล้าขึ้นมามองตาละห้อยเหล้านี้มันจะมีความหมายอะไรถ้าตอนนี้เธอไม่อยู่ งานนี้ฉลองเพื่อเธอนะ ไม่ได้มาฉลองวันที่เธอมีผัวส